เกจวัดความหนาสีเปียก Wet Film Thickness Gauge

Certified Stainless 8-Sided WFT Gage

Certified Stainless 8-Sided WFT Gage

ดีไซน์แบบหัวคู่ วัดความหนาของชั้นเคลือบได้สูงสุด 1,500 ไมครอนด้านหนึ่ง และ 60 มิลอีกด้านหนึ่ง

  • ทำจากสแตนเลสทนทาน

  • มีใบรับรองความแม่นยำ
  • มีร่องวัด 40 ร่องเพื่อความละเอียดสูง — 5 ร่องต่อด้าน
  • วัดได้สองด้าน — ด้านนึงจะเป็นหน่วยไมครอน และอีกด้านเป็นหน่วยมิล (mils)
  • 25–1,500 ไมครอน / 1–60 มิล
  • มีกล่องเก็บและคู่มือการใช้งานพร้อมภาพประกอบ

3,600 บาท/ชิ้น

Stainless 6-Sided WFT Gages

เกจวัดความหนาฟิล์มเปียกแบบ 36 ร่อง สำหรับวัดความหนาฟิล์มได้สูงสุด 3,000 ไมโครเมตร

  • ผลิตจากสแตนเลสสตีลทนทาน

  • เลือกช่วงการวัดได้ 6 ช่วง
    รุ่นระบบอิมพีเรียลมีคุณสมบัติสำหรับตรวจสอบรัศมีขอบ 1/16 นิ้ว และ 1/8 นิ้ว และการลบมุมขอบ (NACE SP0178, PA Guide 11)
  • รุ่นระบบเมตริกมีร่องสำหรับตรวจสอบรัศมีขอบ 2 มิลลิเมตร (ISO 8501-3)
  • มาพร้อมกล่องเก็บแบบแข็งขนาดกะทัดรัดและคู่มือการใช้งานพร้อมภาพประกอบ

2,700 บาท/ชิ้น

Aluminum 4-Sided WFT Gages

Aluminum 4-Sided WFT Gages

เกจวัดความหนาฟิล์มแบบเปียก 30 ร่อง สำหรับวัดความหนาได้ถึง 2,000 ไมครอน

  • ผลิตจากอลูมิเนียม ราคาประหยัด

  • ขนาดกะทัดรัด 5.7 x 8.25 ซม. (2.25″ x 3.25″)
  • สามารถทิ้ง เก็บไว้เป็นบันทึกความหนา หรือทำความสะอาดและนำกลับมาใช้ใหม่ได้
  • จำหน่ายเป็นแพ็คละ 10 ชิ้น
  • เลือกหน่วยวัดได้:
    • 25–2,000 ไมครอน 
    • 1–80 มิล

800 บาท/ 10 ชิ้น

หวีวัดความหนาสี

Plastic 3-Sided WFT Gage

เกจวัดฟิล์มเปียก 18 ร่อง สำหรับวัดความหนาได้ถึง 900 ไมโครเมตร

  • ผลิตจากพลาสติก ราคาประหยัด

  • สามารถทิ้ง เก็บไว้เป็นบันทึกความหนาของฟิล์ม หรือทำความสะอาดและนำกลับมาใช้ใหม่ได้
  • จำหน่ายเป็นแพ็คละ 100 ชิ้น

1,000 บาท/ 100 ชิ้น

ทำไมจึงต้องวัดความหนาของฟิล์มเปียก ?

การวัดความหนาของฟิล์มเปียกเป็นมาตรการควบคุมคุณภาพที่ดีเยี่ยม ซึ่งทำได้ง่ายและวิเคราะห์ได้สะดวก การวัดความหนาของฟิล์มเปียกให้ข้อมูลย้อนกลับทันทีเกี่ยวกับคุณภาพของฟิล์มที่ทา และช่วยให้สามารถแก้ไขได้ในระหว่างการใช้งาน

โดยการวัดความหนาของฟิล์มเปียก ทำให้สามารถคาดการณ์ความหนาของฟิล์มแห้งได้ ความหนาของฟิล์มแห้งสามารถคำนวณได้โดยใช้สัดส่วนของ ‘ของแข็งต่อของเหลว’ หรือที่เรียกว่าปริมาณของแข็งในปริมาตร ตัวอย่างเช่น หากสีมีค่าปริมาณของแข็งในปริมาตร 80% และความหนาของฟิล์มเปียกคือ 200 µm ความหนาของฟิล์มแห้งจะเป็น 160 µm (200 µm x 80% = 160 µm)

Wet film calculation

WFT = ความหนาสีเปียก, DFT = ความหนาสีแห้ง, VS = ปริมาณของแข็งในสี, W = ปริมาณทินเนอร์ที่ใส่

วิธีการวัดความหนาของฟิล์มเปียกโดยใช้หวีวัดฟิล์มเปียก

วางหวีวัดฟิล์มเปียกลงบนพื้นผิวที่ต้องการทดสอบ โดยวางหวีให้ตั้งฉากกับพื้นผิว จับหวีวัดฟิล์มเปียกไว้ในตำแหน่งนั้นและรอสักครู่จนกว่าซี่หวีจะเปียก จากนั้นดึงหวีออกจากฟิล์ม ความหนาของฟิล์มเปียกจะอยู่ระหว่างค่าที่มากที่สุดของฟันหวีแบบ “เคลือบ” หรือ “เปียก” และค่าที่น้อยที่สุดของฟันหวีแบบ “ไม่เคลือบ” หรือ “แห้ง”

ความหนาของฟิล์มเปียก

เมื่อทำการเคลือบด้วยของเหลว การวัดความหนาของฟิล์มที่ยังไม่แห้งจะช่วยให้สามารถกำหนดความหนาของฟิล์มแห้งได้ การทำสีหนาเกินไปจะสิ้นเปลืองเวลาและวัสดุ นอกจากนี้ยังอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ความหนาที่น้อยเกินไปจะเพิ่มความเสี่ยงที่พื้นผิวจะไม่ได้รับการปกป้องอย่างเพียงพอ ทำให้เกิดสนิมได้

มาตรฐานสากล: ISO 2808, ASTM D4414, AS/NZS 1580.107.3, JIS K 5600-1-7, NF T30-125, US NAVY NSI 009-32