GRACO XM PFP

เครื่องพ่นสีกันไฟ Graco XM PFP Epoxy Intumescent

– เครื่องเดียวสามารถพ่นได้อัตราส่วนตั้งแต่ 1:1 ถึง 10:1

– ให้การควบคุมอัตราส่วนที่แม่นยำภายใน +– 5%

– โชว์อัตราส่วนตลอดเวลา ณ ขณะพ่น

– รับประกันการผสมที่แม่นยำตามอัตราส่วนเพื่อลดการสิ้นเปลืองวัสดุ

– ขจัดงานยากในการเอาวัสดุที่มีสัดส่วนที่ไม่เหมาะสมออกไป

– เริ่มต้นพ่นได้รวดเร็วเนื่องจากประสิทธิภาพของระบบทำความร้อนสูง

เพียงป้อนอัตราส่วนส่วนลงในแผงควบคุม หากอัตราส่วนไม่ได้ตามกำหนด ระบบจะหยุดการทำงาน เพื่อป้องกันไม่ให้สีที่ไม่ได้อัตราส่วนถูกพ่นออกจากเครื่อง

การรายงานข้อมูล – เพื่อความมั่นใจ

งานเสร็จสิ้นอย่างถูกต้อง ข้อมูลโครงการ เช่น แรงดันสเปรย์ อุณหภูมิ อัตราส่วนจริง และเอาต์พุตการไหลทั้งหมด สามารถดาวน์โหลดลงในแฟลชไดรฟ์ได้ ด้วยข้อมูลนี้ คุณสามารถตรวจสอบได้ว่าสีถูกพ่นในอัตราส่วนและข้อกำหนดที่เหมาะสมที่กำหนดโดยผู้ผลิตสี

การควบคุมอุณหภูมิที่สม่ำเสมอ

เครื่องพ่น XM PFP จะรักษาอุณหภูมิของสายพ่นและสี โดยไม่จำเป็นต้องปรับเครื่องทำความร้อนไปมา และสีจะไม่มีโอกาสไหม้เนื่องจากความร้อนสูงเกินไป

฿1.00

สเปคและรุ่นต่าง ๆ

graco xm PFP fireproofing sprayer

อุปกรณ์เสริม

หัวพ่น
Tips
silver plus
ปืนพ่นสี
Spray gun
สายพ่นสี
สายพ่น
Airless Hose
ฮีตเตอร์
Heater
ปั๊มดูดสาร
Transfer pump
ถังใส่สาร
Hopper
กล่องผสมสาร
Mixing box
มอนิตเตอร์อัตราส่วน
Ratio Monitor
ปั๊มดูดสี
Lower pump
ชุดซีลซ่อมปั๊ม
Repair kit

ทำความเข้าใจประเภทของไฟ

ประเภกของไฟถูกแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ๆ ก็คือ  เซลลูโลส Cellulosic Fire และไฮโดรคาร์บอน Hydrocarbon Fire

  1. Cellulosic Fire หรือไฟเซลลูโลส เป็นไฟที่เกิดจากการไหม้ของ กระดาษ ไม้ และวัสดุก่อสร้างทั่วไป
  2. Hydrocarbon Fire หรือ ไฟไฮโดรคาร์บอน เป็นไฟที่เกิดจากการไหม้ของน้ำมัน เชื้อเพลิง และสารเคมี (ของเหลวหรือก๊าซ) และมีอุณหภูมิสูงกว่าไฟจากเซลลูโลส โดย Hydrocarbon Fire จะสามารถแบ่งย่อยออกไปอีก 2 ประเภท คือ
    1. Hydrocarbon Pool Fire  คือการไหม้ในบริเวณที่แหล่งเชื้อเพลิงคงที่ เช่น น้ำมันหรือเชื้อเพลิงรั่วไหลจุดติดไฟ
    2. Hydrocarbon Jet Fire เป็นไฟเป็นการเผาไหม้ที่มีเชื้อเพลิงเสริมตลอด และแรงดันเหรือแรงระเบิดของวัตถุเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น การใหม้ของถังเก็บก๊าซธรรมชาติ หรือการระเบิดของแท่นขุดเจาะ เป็นต้น

โดย Hydrocarbon Jet Fire จะมีอัตราการเพิ่มของอุณหภูมิรวดเร็วกว่า Hydrocarbon Pool Fire และ Cellolosic fire ตามลำดับ ดังนั้นการออกแบบระบบการป้องกันไฟ Fire Protection จึงต้องคำนึงถึงลักษณะของไฟแต่ละชนิดที่อาจเกิดขึ้น ณ บริเวณนั้น ๆ จึงจะเหมาะสมที่สุด 

การป้องกันไฟไหม้แบบแอคทีฟและแบบพาสซีฟ

การป้องกันไฟไหม้จะถูกแบ่งออกเป็นสองประเภทที่แตกต่างกันนั่นก็คือ การป้องกันไฟไหม้แบบแอคทีฟและการป้องกันไฟไหม้แบบพาสซีฟ

  1. การป้องกันไฟไหม้แบบแอคทีฟ เป็นวิธีการโจมตีไฟ เช่น ระบบสปริงเกอร์ ระบบเคมี ระบบดับเพลิง
  2. การป้องกันไฟไหม้แบบพาสซีฟ Passive Fire Protection (PFP)  หมายถึงการทำให้โครงสร้างทนทานต่อไฟมากขึ้นโดยการป้องกันโครงสร้างจากอุณหภูมิสูงของไฟ และเป็นผลให้ ‘ซื้อเวลา’ สำหรับการอพยพก่อนที่โครงสร้างจะพังทลาย

วัสดุป้องกันไฟไหม้แบบพาสซีฟคืออะไร?

เมื่ออุณหภูมิของเหล็กโครงสร้างเพิ่มขึ้น เหล็กก็จะอ่อนตัวลงและพังทลายลงในที่สุด ดังนั้นการเคลือบเหล็กด้วยวัสดุ เช่น สีกันไฟแบบต่าง ๆ  หรือแบบซีเมนต์ จะปกคลุมโครงสร้างและสร้างความเป็นฉนวนเหล็กโครงสร้าง เพื่อยืดเวลาที่ทำให้เหล็กมีอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิที่ความแข็งแรงลดลง ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถอพยบออกจากสถานที่นั้น ๆ ได้ทันก่อนโครงสร้างจะพังทลายลงมา

วัสดุกันไฟในอุตสาหกรรมมีสองประเภท:

  1. วัสดุกันไฟแบบซีเมนต์เป็นวัสดุซีเมนต์ที่ให้การป้องกันไฟไฟม้โดยมีคุณสมบัติเป็นฉนวนโดยธรรมชาติ มันทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันความร้อนให้กับเหล็กเพื่อรักษาอุณหภูมิให้ต่ำกว่าอุณหภูมิที่เสียหาย โดยทั่วไปแล้วเหล็กจะรองพื้นเพื่อป้องกันการ
  2. สีอีพ็อกซี่ (Epoxy Instumestsent) เช่น Chartek, Jotachar, Pittchar เป็นต้น โดยทั่วไปจะเป็นวัสดุที่ใช้อีพ็อกซี่ที่เป็นของแข็ง 100% สีอีพ็อกซี่มีคุณสมบัติที่ดีคือช่วยต่อต้านการกัดกร่อนอีกด้วย ทำให้เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูง อีพ็อกซี่กันไฟจะถูกพ่นอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดโดยใช้เครื่องพ่นที่ถูกออกแบบมาเพื่อสีจำพวกนี้โดยเฉพาะอย่างเช่น เครื่อง GRACO XM PFP การป้องกันไฟทั้งแบบซีเมนต์และอีพอกซีนั้นถูกนำไปใช้กับเรือ ถัง โครงสร้าง และในโรงกลั่น สิ่งอำนวยความสะดวกบนบกและนอกชายฝั่ง และโรงงานปิโตรเคมี หรือในอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกที่อาจสัมผัสกับไฟไฮโดรคาร์บอน

commercial fireproofing:

often referred to as thin-film intumescent coatings, these acrylic-based materials are often used in interior commercial settings. commonly rated for cellulosic fires, these coatings can be applied with standard airless spray equipment. applications include office buildings, health care facilities, multi-family housing units, hotels, restaurants and schools.

what is the application process for epoxy intumescent coatings?

the application of intumescent coatings takes place in either a fabrication/portable shop or at the job site prior to installation. the process for fire proofing is a three step process.

  • prepare and/or prime the surface which is important to ensure the strongest bond between the structural steel and protective coating.
  • apply the intumescent coating with single leg (xtreme® pfp) or plural component (xmtm pfp) airless spray equipment.
  • often, depending on the fire rating and thickness required, reinforcement mesh is rolled in between layers of the coating. this mesh helps to keep the char intact during the intumescing process.

when applying the coating to the structure, the general rule of thumb is thicker steel means less coating and thin steel means more coating to insulate the steel. there are tools and formulas for calculating the thickness required to achieve a specific fire rating.

how contractors determine material usage ?

applicators bid projects by the weight of the material that will be applied to the steel. in general terms, the amount (or weight) of material required for an application will depend on the fire rating required. the fire rating for a particular piece of steel will be achieved by building the material to a specific thickness.

example 1:

area 1000 ft2 surface needs 416 mils

(0.416 in) of coating for a 2-hr fire rating. the weight of material needed is as follows:

weight = [density] x [dry film thickness] x [surface area]

weight = [62.4 lb/ft3] x 416 mil x

(1 in/1000 mil) x (1 ft/12 in)] x [1000 ft2]

weight = 2163 lb of material each kit is around 110 lb

the customer would need about 20 kits of material to complete the job.

the price of material can be around $7/lb so it would cost $15,141 for this project in material ($15/ft2).

an experienced contractor spraying with a plural component rig can apply around 30 kits per day.

 

example 2:

a 100 m2 requires 416 mils (0.416 in) of coating dry film thickness

for a specific fire rating.

density: 62.4 lb/ft3 = 1000 kg/m3

dft: 416 mils = 0.01057 m = 10.57 mm

weight = [density] x [dry film thickness] x [surface area] = 1000 kg/m3

x 0.01057 m x 100 m2

weight = 1057 kg of material each kit is approximately 50 kg

the customer would need about

22 kits of material to complete the job.

วิดีโอแนะนำการใช้งานเครื่อง Holiday

การใช้งานเบื้องต้นเครื่อง High Voltage Holiday Positector HHD